10 ช่วงเวลาแห่งชีวิตของไมเคิล แจ๊คสัน #7 HIStory.. บทเพลงแห่งชีวิต
posted on 13 Oct 2009 16:32 by saint-michael-angelo in MJปี 1995 ...
ไมเคิลได้ออกอัลบั้มที่ 9 ของเขาซึ่งมีชื่อเล่นว่า HIStory (ส่วนชื่อเต็มๆ คือ HIStory: Past, Present and Future, Book I ..ยาวจนต้องมีชื่อเล่น) อัลบั้มนี้มี 2 แผ่นด้วยกัน โดยแผ่นแรก (HIStory Begins) จะเป็นเพลงดังที่ถูกเลือกสรรของไมเคิลในช่วง 15 ปี ก่อนหน้า อาทิ Billie Jean, Beat It, The Way You Make Me Feel, Black Or White, Rock With You, She's Out Of My Life, I Just Can't Stop Loving You, Man In The Mirror, Bad, Thriller, The Girl Is Mine, Remember The Time, Don't Stop 'Til You Get Enough, Wanna Be Startin' Somethin' และ Heal The World
ส่วนแผ่นที่ 2 (HIStory Continues) เป็นเพลงใหม่ทั้งหมดยกเว้นเพลง Come Together ที่บันทึกเสียงไปตั้งแต่ปี 1987 แล้ว (เพลงนี้เดิมเป็นเพลงของวง The Beatles และไมเคิลได้นำมาร้องประกอบภาพยนตร์เรื่อง Moonwalker ด้วย)
-----------------------------------------------------
ซิงเกิลแรกของอัลบั้มนี้คือ ซิงเกิ้ลดับเบิลเอ-ไซด์ "Scream/Childhood"
เพลง Scream เป็นเพลงที่ไมเคิลร้องคู่กับเจเน็ต แจ็คสัน น้องสาวของเขาซึ่งมีผลงานเพลงออกมาดีไม่น้อยไปกว่าพี่ชายของเธอเลย (ถึงขนาดพูดกันว่า.. ถ้าโลกนี้ไม่มี มาดอนน่า เจเน็ต แจ็คสันนี่แหละที่จะเป็น Queen Of Pop!)
เพลงและมิวสิกวิดีโอสื่อถึงปฏิกิริยาตอบโต้ของไมเคิลที่ได้รับจากสื่อหลังจากข้อกล่าวหาการละเมิดทางเพศต่อเด็กในปี 1993
เพลงนี้ได้ลงบันทึกในกินเนสเวิลด์เรคเคิดส์ในฐานะที่ "เป็นมิวสิกวิดีโอที่แพงที่สุดที่เคยทำมา" มิวสิกวิดิโอของเพลงนี้ถ่ายด้วยภาพขาวดำ และใช้งบประมาณถึง 7 ล้านเหรียญสหรัฐ
--------------------------------------------------------
การที่ไมเคิลได้เป็นศิลปินระดับแนวหน้ามาตั้งแต่อายุเพียง 11 ปี ทำให้ช่วงเวลาแห่งชีวิตของเขาขาดสิ่งหนึ่งที่เด็กๆ ทุกคนมี.. นั่นคือ.. "วัยเด็ก"
เขาจึงได้ประพันธ์เพลงที่ 2 ทีมาคู่กับเพลงแรกคือเพลงแนวป็อปบัลลาดนาม "Childhood"
เพลงนี้ไมเคิลแต่งขึ้นมาเองทั้งเนื้อร้องและดนตรีโดยไม่ได้ร่วมงานกับใคร.. เป็นการระบายออกถึงความอัดอั้นตันใจกับช่วงเวลาเลวร้ายในวัยเด็กของเขา ซึ่งส่วนใหญ่มาจากความเข้มงวดในการปลุกปั้นให้เขาเป็นนักร้องของผู้เป็นพ่อ ที่กลายเป็นการทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจต่อไมเคิลจนยากที่จะลืม..
เพลงนี้คุณ อดิศร จากเว็บไซด์ผู้จัดการออนไลน์ ได้บรรยายความรู้สึกเกี่ยวกับเพลงนี้ไว้ว่า
" เป็นบทเพลงที่งดงามไพเราะด้วยเปียโนและเสียงเครื่องสาย คล้ายๆ กับเพลง Gone To Soon จากผลงานชุด Dangerous เช่นเดียวกับความเหงาและเศร้าที่ผู้ฟังสามารถสัมผัสได้ทั้งจากดนตรีและเนื้อร้อง "
มิวสิกวิดิโอของเพลงนี้ประกอบไปด้วยฉากของท้องฟ้ายามค่ำคืนที่มีดวงจันทร์ส่องสว่างสดใสและดวงดาวเป็นประกายระยิบระยับประดับเต็มท้องฟ้า.. และมีเรือใบหลายลำล่องลอยอยู่เหนือป่าสนขึ้นไปบนฟ้า..เราจะได้เห็นเด็กๆ ที่มีความสุขกับช่วงวัยเยาว์ที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน.. ไม่ว่าจะเป็นการจับกลุ่มกันเล่นของเล่น.. เล่นเบสบอล.. หรือได้เล่นกับสัตว์เลี้ยงของตน.. ซึ่งทั้งหมดเป็นสิ่งที่ไมเคิล "ไม่เคยรู้จัก"...
-------------------------------------------------
ซิงเกิ้ลที่ 2 You Are Not Alone ประพันธ์โดย อาร์.เคลลี่
เป็นเพลงอาร์แอนด์บีบัลลาดหวานซึ้ง.. ติดอันดับ 1 ทั้งในอเมริกาและอังกฤษ ..
เนื้อเพลงเป็นเรื่องเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวของไมเคิล.. ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการถูกกล่าวหาว่าล่วงละเมิดทางเพศเด็ก หรือเรื่องการแต่งงานกับลิซ่า มารี เพรสลีย์แบบช็อกโลก..
เพลงนี้ประสบความสำเร็จที่สุดในอัลบั้ม กินเนสเวิลด์เรคเคิดส์บันทึกไว้ว่าเป็นเพลงแรกในประวัติศาสตร์ที่ "ติดอันดับหนึ่งทันทีที่ออกซิงเกิ้ลมา"
ส่วนมิวสิกวิดิโอนั้น.. เป็นฉากที่เหมือนสรวงสวรรค์.. เพราะไมเคิลรับบทเป็นเทวดา.. และมีฉากที่ไมเคิลถ่ายคู่กับลิซ่า มารี เพรสลีย์ในสภาพกึ่งเปลือย..
http://www.youtube.com/watch?v=CtmbZbzr680 << พอดีไม่มีโค้ดวิดิโอ.. เหลือแต่ลิงค์..
---------------------------------------
ซิงเกิลที่ 3 ของอัลบั้มเป็นเพลงแนวป็อปโอเปร่าที่มีชื่อว่า "Earth Song"
ซิงเกิลนี้ขึ้นอันดับ 1 บนยูเคซิงเกิลส์ชาร์ต ยาวนาน 6 สัปดาห์ในช่วงคริสต์มาสปี 1995 มียอดขายนับล้าน ถือเป็นซิงเกิลที่ประสบความสำเร็จที่สุดของไมเคิลในอังกฤษ
คุณอดิศร จากผู้จัดการออนไลน์ บรรยายเกี่ยวกับเพลงนี้ไว้ว่า
" ในความอ่อนไหวกับเรื่องราวในใจทั้งหมด แต่กระนั้นไมเคิลก็ยังได้ชื่อว่าเป็นศิลปินที่แต่งเพลงเพื่อส่งเสริมความศิวิไลซ์ของมนุษยชาติมากที่สุดคนหนึ่ง ตั้งแต่ We Are the World, Man in the Mirror, Heal the World แต่ที่แตกต่างในเพลงนี้ก็คือเพลงก่อนๆ เขาจะนำเสนอในเชิงร้องขอความเห็นใจต่อเพื่อนมนุษย์ที่ยากไร้
แต่เนื้อหาเพลงนี้ถูกนำเสนออย่างตรงไปตรงมา ทั้งเนื้อเพลงที่กล่าวในเชิงตัดพ้อต่อความเมินเฉยของมนุษย์ต่อสันติภาพและสิ่งแวดล้อมที่นับวันจะเลวร้ายทุกที ซาวด์ดนตรีที่ไม่ได้เน้นที่ความไพเราะหรือให้ความหวัง แต่แสดงความโหยหวน วังเวง และโกรธแค้น ถ้าโลกมนุษย์ต้องถึงจุดจบในวันพรุ่งนี้ เพลงนี้คงถูกพูดถึงเป็นเพลงแรก "
มิวสิกวิดิโอเพลงนี้จะเป็นฉากของโลกในอนาคตที่กำลังมอดไหม้ไปด้วยไฟแห่งการทำลายล้าง.. ป่าที่ถูกทำลายจนสูญสิ้น.. ซากปรักหักพังของอาคารบ้านเรือนที่เกิดขึ้นเพราะสงคราม.. และภาพผู้คนที่ร้องโหยหาสันติภาพจากมุมต่างๆ บนโลก..
------------------------------------------------------
มาดูเรื่องของ The HIStory World Tour กันบ้าง..
^ หุ่นในการประชาสัมพันธ์ทัวร์ The HIStory World Tour
The HIStory World Tour เริ่มเมื่อ 7 กันยายน ค.ศ. 1996 และจบลงเมื่อ 15 ตุลาคม ค.ศ. 1997 ไมเคิลแสดงกว่า 82 คอนเสิร์ต ใน 58 เมือง มีผู้ชมกว่า 4.5 ล้านคน โดยทัวร์ไป 5 ทวีปใน 35 ประเทศ ถือว่าประสบความสำเร็จในแง่คนดู..
เนื่องจากเขาคาดหวังกับอัลบั้มนี้เป็นอย่างมาก.. (การทำอัลบั้มนี้ขึ้นมาเท่ากับการ "ทวงคืนบัลลังค์") เขาจึงเปิดตัวอัลบั้มนี้อย่างอลังการงานสร้าง คือจัดขบวนสวนสนามทหารรัสเซีย (Red Army) ขนาดมโหฬาร และทำรูปปั้นไมเคิลในเครื่องแบบทหารขนาดใหญ่มากๆ ล่องเรือไปทั่วยุโรปเพื่อประชาสัมพันธ์เวิลด์ทัวร์คอนเสิรต์ของเขา
^ ล่องมาถึงลอนดอน
^ วิดิโอนี้อยากจะให้ทุกคนดูมากๆ เพราะดูไปเรื่อยๆ จะเริ่มรู้สึกว่าไมเคิลเหมือนไม่ใช่คน..โดยเฉพาะตอนท้ายๆ ของวิดิโอ..
โปรดติดตามตอนต่อไป.. To Be Continues..





แอบฮารูปปกแผ่นซีดี Scream/Childhood ท่าทางเจเน็ตคงต้องทน (เหม็น) หน่อยล่ะ ไมเคิลอ้าปากกว้างขนาดนั้น
เยี่ยม!
#1 By ~* เค้า(ท์)แดงแรงฤทธิ์ *~ on 2009-10-16 22:26