ปี 1992...

      ไฟล์:Michaeljacksondangerous.jpg      ไฟล์:Heal The World.jpg

หลังจากที่เพลง "Heal The World" ในอัลบั้ม Dangerous ประสบความสำเร็จ โดยขายได้ 450,000 ชุดในสหราชอาณาจักร ติดอันดับ 2 นาน 5 สัปดาห์

ไมเคิลได้ก่อตั้งมูลนิธิ "Heal the World Foundation" ขึ้นเพื่อช่วยเหลือเด็กผู้ด้อยโอกาส โดยให้เด็กๆ มาเที่ยวเล่นที่สวนสนุก Neverland มูลนิธินี้ยังได้ส่งเงินนับล้านเหรียญดอลลาร์ไปยังทั่วโลกเพื่อช่วยเหลือเด็กที่ประสบภัยสงครามและโรคร้าย ในทัวร์ "Dangerous World Tour" ที่ไมเคิลได้ออกทัวร์ไปทั่วโลก รายได้ทั้งหมดจากทัวร์คอนเสิร์ตครั้งนี้มอบให้กับมูลนิธิ

เขียนมาถึงตอนนี้ก็อยากยกบทความเรื่องของ "Neverland" ของไมเคิลมาด้วยจริงๆ

งั้นขอยกมาเลยละกัน..

Credit : http://www.oknation.net/blog/inter/2009/07/06/entry-5#, http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/life-style/travel/20090711/56757/%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B9%8C-%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%8C.html#, http://www.muansuen.com/home/space.php?uid=1308&do=blog&id=70

 

ไมเคิลเชื่อว่าความสำเร็จที่มาเร็วเกินไปของเขากับวงเดอะ แจ็คสัน ไฟว์ ที่พ่อของเขาอยู่เบื้องหลังนั้นทำให้เขาไม่เคยได้ลิ้มรสความสนุกสนานในวัยเด็ก เนเวอร์แลนด์จึงถูกสร้างและออกแบบมาเพื่อชดเชยความทรงจำอันอบอุ่นในวัยเด็กที่เขาไม่เคยมี

           

 “มันเหมือนกับอยู่ในดินแดนในเทพนิยาย เมื่อคุณเดินเข้าประตูมาแล้ว โลกภายนอกก็หายวับไปทันที” ไมเคิลพูดถึงเนเวอร์แลนด์ อาณาจักรที่เขาตั้งชื่อตามเกาะแห่งหนึ่งในเทพนิยายเรื่อง ปีเตอร์ แพน ซึ่งเด็กที่อาศัยอยู่บนเกาะนี้จะเป็นเด็กอยู่เสมอและไม่มีวันโตเป็นผู้ใหญ่

 ตอนอายุ 28 ปี ไมเคิลซื้อที่ดินผืนนี้ซึ่งมีเนื้อที่ 2,800 เอเคอร์ในราคาเกือบ 600 ล้านบาท ที่ดินนี้ตั้งอยู่ในย่านไร่องุ่นเขตชนบทของรัฐแคลิฟอร์เนีย ห่างจากลอสแองเจลิสไปทางตะวันตกเฉียงเหนือราว 160 กิโลเมตร หนึ่งปีต่อมาเขาเนรมิตมันให้เป็นดินแดนแห่งความฝันสำหรับเด็กๆ ซึ่งมีทั้งคฤหาสน์ สวนสัตว์และสวนสนุก และเขาก็ย้ายเข้ามาอยู่ที่คฤหาสน์แห่งนี้

       Place of fantasy: Rays of light from inside Neverland Ranch shine among the stars in the early morning darkness yesterday

^ ภาพถ่ายภาพบนแสดงให้เห็นแสงไฟจากเนเวอร์แลนด์ กับดวงดาวจำนวนมากบนท้องฟ้า ซึ่งบทความใน เว๊ปไซต์ของ Daily mail ระบุว่า ถ่ายเมื่อคืนวันที่ 2 กรกฏาคมที่ผ่านมา ทำให้นึกถึงนิทานอมตะเรื่อง Peterpan เด็กชายผู้ไม่มีวันโตและไม่มีวันตาย อาศัยอยู่ในดินแดน Neverland

 ไมเคิลเติมเต็มชีวิตวัยเด็กของเขาด้วยของเล่นเด็กมากมาย ทั้งโรงหนัง ตู้วีดิโอเกม ชิงช้าสวรรค์และเครื่องเล่นสารพัดอย่าง เด็กหลายพันคนทั่วโลกมีโอกาสได้เข้าไปเที่ยวเล่นที่นั่น พวกเขาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเนเวอร์แลนด์เป็นเหมือนดินแดนในจินตนาการ

 “เนเวอร์แลนด์มีกลิ่นหอมเหมือนซินนามอน วานิลลาและลูกกวาด มีเสียงเหมือนเด็กกำลังหัวเราะอยู่ตลอดเวลา” เชอรี วิลคินส์ ครูวัย 32 ปีบอกถึงความรู้สึกตอนที่มีโอกาสได้เข้าไปที่นั่น

                   

           ^ ไมเคิลกับบับเบิ้ลส์

 ชีวิตของไมเคิลผูกพันกับเนเวอร์แลนด์มาก เขามักจะนั่งเขียนเพลงอยู่ใต้ต้นไม้ที่เขาตั้งชื่อว่า “Giving Tree” ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจอย่างดีของเขา เขาพาเด็กด้อยโอกาสรวมถึงเพื่อนสนิทของเขาคือ บับเบิ้ลส์ เจ้าลิงชิมแปนซีมานอนที่นั่นด้วย

        

      ภาพวาดไมเคิลกับเด็กๆ ในดินแดนแห่งเทพนิยาย

 งานศิลปะและของสะสมของไมเคิลในเนเวอร์แลนด์มีทั้ง รูปปั้นเด็ก ตัวละครเอกในหนังฮอลลีวู้ดและการ์ตูนจากวอล์ท ดิสนีย์หลายเรื่อง ฮีโร่อย่างซูเปอร์แมน ตัวละครในสตาร์ วอร์สอย่าง ดาร์ธ เวเดอร์ และมนุษย์ต่างดาวอีที

 ในขณะที่เนเวอร์แลนด์กลายเป็นบ้านของเซเลบที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่ง อาณาจักรแห่งนี้ก็มีบางอย่างที่ดูแปลก ๆ เช่น มีระบบการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดมาก สื่อจำนวนน้อยมากได้รับอนุญาตให้เข้าไปที่นั่น คนที่เข้ามาเยี่ยมชมต้องเซ็นชื่อยอมรับข้อตกลงเรื่องการรักษาความลับและห้ามนำกล้องเข้าไป

 ดินแดนที่เป็นเหมือนสวรรค์กลับกลายเป็นนรกที่ทำลายชีวิตไมเคิล ในปี 2536 เขาถูกกล่าวหาจากเด็กชายคนหนึ่งว่าล่วงละเมิดทางเพศในห้องนอนที่นั่น อีก 10 ปีต่อมาเด็กผู้ชายที่ป่วยเป็นมะเร็งคนหนึ่งก็ออกมากล่าวหาเขาในข้อหาเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงบุกเข้าไปหาหลักฐานที่เนเวอร์แลนด์ แต่ก็ไม่พบดีเอ็นเอของเด็กบนที่นอนของไมเคิล ในตอนนั้นเองที่เขารู้สึกว่าถูกละเมิด เพราะตำรวจบุกเข้าไปทั้งๆ ที่ลูกๆ ของเขาก็อยู่ในบ้าน เขาจึงย้ายออกและไม่เคยกลับไปที่นั่นอีกเลย สุดท้ายศาลยกฟ้องเขาในปี 2548

 ไมเคิลเกือบจะต้องสูญเสียดินแดนในฝันของเขาไป สองปีก่อนเขานำมันไปจำนองในราคา 800 ล้านบาท และไม่มีเงินใช้หนี้ สุดท้ายเขาตกลงเซ็นสัญญาร่วมทุนกับกลุ่มโคโลนีย์ แคปปิตอล และได้รับเงินไปปลดหนี้ แม้ไมเคิลจะยังเป็นเจ้าของอยู่ครึ่งหนึ่งแต่เจ้าของรายใหม่มีแผนเปลี่ยนชื่อเนเวอร์แลนด์เป็น ซีเคมอร์ แวลลีย์ แรนช์ เพื่อลบภาพอื้อฉาวในอดีต ปัจจุบันมันอยู่ระหว่างปรับปรุงใหม่และคาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 2800 ล้านบาท

             A ring of fresh white roses encircles a the front gate of the Neverland Ranch

ภาพบนคือพวงหรีดกุหลาบขาวขนาดยักษ์ ที่ประดับอยู่หน้า Neverland เพื่อไว้อาลัยเจ้าของ และภาพล่างคือภาพด้านหน้าของบ้านหลังใหญ่ที่เป็นบ้านหลักของบ้านไร่ มีห้าห้องนอน และครัวขนาดใหญ่ แต่แจ๊คสันไม่ได้กลับไปใช้ที่นั่นนานแล้ว เพราะเป็นที่มีทั้งความหลังที่ทำให้เขามีสุขและเป็นทุกข์

       The front of the main house at Neverland Ranch

       

      

 แม้ซูเปอร์สตาร์วัย 50 ปีจะหันหลังให้ดินแดนในฝันของเขามานานหลายปี แต่ ณ วันที่เขาลาจากโลกนี้ไป เขาก็ได้เดินทางกลับคืนสู่แดนสวรรค์ อันเป็นที่พักใจของเขาแล้ว หวังว่านั่นคงจะเป็นการเดินทางครั้งสุดท้าย

 

โปรดติดตามตอนต่อไป.. To Be Continues..

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

Hot!
สุดยอด

#1 By Me on 2009-10-05 16:10

บ้านสวยจัง *0*

ใหญ่มากเลย


ขอบคุณที่ไปเยี่ยมบล้อคน้าค้า
ค่า เช่นกันค่า
น่าเห็นใจไมเคิลจัง ตอนเด็กๆ ไม่เคยได้มีความสุข เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่จึงสร้างเนเวอร์แลนด์เพื่อสานฝันให้เด็กๆ แถมยังก่อตั้งมูลนิธิอีกด้วย เป็นผู้ใหญ่ที่ใจดีมาก ไมเคิลคนนี้ big smile

ชอบรูปแสงไฟจากเนเวอร์แลนด์มากเลย เพิ่งรู้นะว่าไมเคิลสร้างเนเวอร์แลนด์ขึ้นเพื่ออะไร อ่านแล้วอยากไปจังเลยครับ ดินแดนแห่งความฝันแห่งนี้ Hot!

สำหรับการแต่งบล็อกเบื้องต้น อยากให้เริ่มจากการใส่พื้นหลังเป็นรูปไมเคิล ดีมั้ย หรือเอาหลายๆ รูปมารวมเป็นวอลเปเปอร์ใหญ่ๆ เลย ความกว้าง 1000px พอ

ขอให้มีความสุขนะครับ double wink
ชีวิตซูเปอร์สตาร์ก็อย่างนี้
ได้ชื่อเสียง เงินทอง
แต่ก็ต้องเสียความเป็นส่วนตัว
อย่างไมเิคิลนี่ยังเสียความสนุำกสนานในวัยเด็กอีกด้วย

#5 By deo.mag on 2009-10-07 14:26

Hot! Hot! สุโค่ย !
คุณชอบไมเคิลเหรอ Hot! Hot! +555

ป.ล. มาแวะชมนะจ้ะ ทีหลังมาเม้นให้เยอะๆและก็postให้เราก็ได้จ้ะbig smile big smile big smile

#7 By Nut_sw110 on 2009-10-09 10:09